+ann@Freestyle PART 6+
posted on 07 Mar 2008 12:31 by ann-ochan in freestyleมหากาพย์อินโตเกียวฟรีสไตล์ กร๊ากก ต่อจากนี้จะหนักไปทางบทชีวิต 555
หลังจากค่ำคืนที่อิ่มสุขกับการยลผลงานโอจังแบบอินไซด์เป็นครั้งแรก แต่มีสิ่งที่ต้องกังวลคือ โฮสเทลตรูปิดแล้ว ทั้งที่เดินไปแค่สวนโยโยหงิก็จะถึง และพรุ่งนี้เราจะไม่พลาดการรับบัตรคิวตอนเช้าแน่ๆ เพราะเดินมาได้เลยเชียว(ถ้าได้นอน) ผลกรรมคือต้องระเหเร่ร่อน ตอนแรกไปนอนบ้านป.ป้อมดีมั๊ย กลัวรถไฟสายบ้านเจี๊ยบที่เป็นโลเคิลจะหมด แต่ก็ลืมไปบ้านทั้งสองคนเซบุอิเคะเดียวกัน 55 พอออกจากงานได้ราวๆ ห้าทุ่มสิบห้า เก็บของที่ซื้อใส่ชอปปิ้งแบคฟรีสไตล์(ภูมิใจมาก เพื่ออะไร ถือออกไปตอนนี้ใครจะเห็น 55) มีคนยังอยู่ในงานอีกเพียบ พี่ยาม สตาฟคอยดูแล ห้างทั้งห้างยังเปิดไฟสว่างไสงจนท.ห้าง ยามเยิม อยู่กันครบ แม้แต่ จนท. information เพื่องานโอจังอย่างเดียวเรยนะเนี้ยยย ร้านรวงปิดแต่ห้างยังต้องเปิดเพื่อโอโนะ ซาโตชิ โอ้ ก้อดดด จอนนี่ส์จิมุโฉะ สามารถมาก ทางเดินถ้าจะขึ้นบันไดออกก็ได้มียามคอยถือป้ายบอกทาง แต่แอนขอขึ้นลิฟท์ (กลัวหลง) ออกมาตรงทางออกด้านหน้า เดินลงไปซับเวย์ แต่ว่าทางเข้าลอคเกอร์ที่ฝากของไว้ปิดไปตั้งแต่ห้าทุ่มละ เหอๆ คืนนี้ฉันจะต้องนอนโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สรุปล้วต้องไปนอนบ้านเจี๊ยบจริงๆ เพราะถึงยังไงกระเป๋าและเสื้อผ้าชุดอื่นๆ ก็ยังอยู่ที่โน้นอะเนาะ ซับเวย์ไม่รันทด แบบพอรับได้ แต่พอลงจากซับเวย์ที่ชิบูย่าจะเดินไปขึ้นสายยามาโนเตะนี่ คนแบบเยอะมากๆๆๆๆ แล้วก็เดินกันเร็วมากๆ ดูสับสนวุ่นวายไปหมด ประมาณว่าถ้าเราเดินช้าหรือเดินตัดหน้าใครมีสิทธิที่จะโดนชนล้มได้โดยไม่มีใครสนใจใคร ยิ่งเป็นพวกซารารี่แมน พวกนี้เหมือนรถที่ชอบขับเร็วๆ แล้วก็แซงคนอื่น ถ้ามีคนเดินข้างหน้าหรือมีช่องทางเดินนิดหน่อย กรูต้องแซงให้ได้ เหอๆ
นรกของจริงอยู่ในยามาโนะเตะไลน์รอบก่อนเที่ยงคืน แบบว่าเห็นแล้วว่าไม่น่าจะเข้าได้ แต่ไม่ต้องใช้ความพยายามของตัวเอง คนข้างหลังดันจนขึ้นไปบนรถได้เลยแหละ โอ้..สุดจะบรรยาย แน่นมาก ยิ่งลุงแก่ๆ ชอบเมากันเยอะมาก เลวร้าย ไม่ต้องห่วงว่าจะล้มเพราะไม่มีที่จะล้ม แอนไม่ห่วงตัวเองบี้แบนไปกับฝูงชนไปได้ แต่วันนั้นเครียดดดเพราะชอปปิ้งแบคเละเทะ บุบบี้ โปสเตอร์ก็พับไปนิดนึง เสียดายของ งืออ ไม่น่าเลยตรู ห่วงของ เหอๆ
พอลงจากนรกยามาโนะเตะ ก็วิ่งไปต่อเซบุไลน์ อารมณ์เดียวกัน แต่คนไม่แน่นมาก พอลงรถไฟเท่านั้นแหละ กะลังจะโทรถามทางไปบ้านจากเจี๊ยบอีกครั้ง (เพราะยอมรับว่าพอเจอเจี๊ยบก็เอาแต่คุย หลังจากข้ามถนนใหญ่แล้วก็จำทางไปบ้านไม่ได้ละ Y_Y) ปรากฏว่าโทรศัพท์แบตหมด โฮวววววว เอาวะจำทางจากสถานีทะลุตลาดได้ ก็เดินไปตามที่พอคุ้นๆ ซึ่งโชคดีที่ช่วงแรกไม่หลงเลย ฮิ้วว ยิ่งมั่น (มันมั่นใจอะไรแปลกๆ) เดินหนาวๆ มันจะคอแห้งใช่มะ เจอตู้ก็กดเลยความจริงอยากกินโกโก้ร้อนแต่มันไม่มี มีแต่ร้อน(ก็มันหน้าหนาว) กดลงมาโอ้ก้อดกินบ่ได้ แม้แต่กระป๋องยังร้อนนน เหอๆ เดินไปสักพักถึงจะกินได้ก็เดินจิบมาเรื่อยๆ (มันดูชิลล์มาก) เซลฟ์มาก ทำตัวเหมือนเดินผ่านทุกวัน แต่มันก็เที่ยงคืนละ เงียบมากไม่มีผู้คนเดินเลยเชียว เดินดุ่ยๆ จิบโก้โก้ ด้วยสภาพเกินบรรยาย หัวกระเซิง หน้าเป็นมัน หอบของพะรุงพะรัง แบบหุบปีกไม่ลง ข้างนึงเป็นกระเป๋าสะพายสีดำใบโตซึ่งยัดของจนบวมตุ่ย ข้างนึงเป็นช้อปปิ้งแบคฟรีสไตล์บุบบู้บี้บรรจุของหน้างานแบบเต็มพิกัด เดินแบบป่วงๆ มาจนข้ามถนนไปปากซอยบ้านเจี๊ยบได้แล้ว
ปากซอยมีเซเว่น กับป้อมตำรวจ มีตำรวจกำลังจะขี่จักรยานออกตรวจ ตอนนั้นน่าจะเกินเที่ยงคืนไปแล้ว คิดว่าเอาไงดีหว่า หรือเราน่าจะจำได้ (จำได้อย่างเดียวมีบ้านนึงมีหมา2ตัว) ถ้ามองอะไรแล้วคุ้นๆ ก็น่าจะพอไปได้ละ เลยตัดใจเดินต่อไปหาบ้านเจี๊ยบ เอาเข้าจริงก็หลงจริงๆ นั่นแหละเหอๆ ตอนแรกมีคนเดินนำหน้าเราไปเราก็เดินตาม สักพัก มันหายไปไหนแล้ว (เค้าก็เข้าบ้านเค้าอะสิ) ซวยละสิ เดินเลี้ยวตามเค้ามาทางไหนมั่งไม่รู้ ตอนนั้นเป็นซอยเล็กๆ ที่แบบเป็นบ้านเรียงกันละ ไม่มีอะไรคุ้นเล้ย บางช่วงก็มืดแสนมืด บางที่กวาดตาไปเจอมุมมืดอะไรของบ้านชาวบ้านเค้าก็แอบตกใจ(อยูในใจ) อารมณ์กลัวผีเหมือนกันนะตอนนั้นแต่ก็เดินต่อไป ที่โน่นกล้าเดินแฮะ ที่ไทยไม่กล้าเดินแน่ๆ ไม่ใช่กลัวผีแต่กลัวคน เดินพะรุงพะรังไป
จนเดินออกไปที่ถนนสายที่ใหญ่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเดินไปยังไงจะกลับไปเซเว่นได้ อย่างน้อยก็จะได้โทรศัพท์ (แต่ไม่เห็นตู้แฮะ มีรึเปล่าไม่รู้) ตอนนั้นอยากเจอตำรวจหรือใครสักคนให้ผ่านมาเถ้อที่นี่ที่ไหนไม่รู้ รวมเวลาที่เดินหนาวไปหลงไปเอ๋อไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง กร๊ากกก ตรูบ้าจริงๆ จนได้ยินเสียงเดินมาข้างหลัง เป็นคนทำงานอายุไม่น่าจะเกิน 30 เป็นผู้ชายใส่แว่นดูไม่เมา ไม่โหด แอนก็เอาวะ..คนนี้หละ เหอๆ(อันตรายมากดิชั้น) รอจังหวะเค้าเดินนำหน้าก็ปรี่เข้าไป Sumimasen~~~~~ หน้าตาเค้าแบบตื่นกลัวม๊าก 555อธิบายใส่ทั้งญี่ปุ่นอังกฤษผสมกันมั่วไปหม๊ด ตอนนั้นเราก็แบบกรูไม่ไหวแล้วด้วยละ(เดินหนาวไม่ไหวแล้ว ขอตัวช่วยด่วน) แต่หน้าตาเค้าตื่นสุดๆอธิบายให้เค้าฟังว่ามาจากต่างประเทศ หลงทางไปบ้านเพื่อน ไม่มีโทรศัพท์ ขอยืมโทรศัพท์โทรไปหาเพื่อนได้ไหม เค้าก็ค้นๆๆๆ หยิบโทรศัพท์มาจากในกระเป๋าเอกสาร แล้วเราดันเจือกถามเค้าไปว่าเซเว่นอยู่ทางไหน เค้าก็ยกมือขึ้นมาค้าง....(เหมือนกับพยายามนึกภาษาอังกฤษแต่นึกมะออก เหอๆ จังหวะนั้นเราเห็นเค้าเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าโค้ท เพื่อเตรียมเอาสองมืออธิบาย) เมื่อเราเห็นว่าเค้าอึ้งไปนาน แล้วเค้าก็บอกว่า อะโน ผมพูดอังกฤษไม่ได้แต่เขียนได้นะ (อินนิฮงโกะ) พยายามค้นกระเป๋าหากระเดาษมาเขียนทางให้ พยายามมาก >_<
เลยบอกว่าไม่เป็นไรจ้ะ ช่วยโทรหมายเลขนี้หน่อยละกัน แล้วเราก็งัดสมุดเอาเบอร์เจี๊ยบออกมาโชว์ เค้าก็แบบลนนนน มากๆ แบบว่าโทรศัพท์ตรูอยู่ไหน ค้นๆ ในกระเป๋าใหญ่(ก็เมื่อกี้เก็บไว้ในโค้ทไงจ๊ะ) กำลังจะบอกโชคดีที่เค้าหาเจอก่อน เค้าก็มากดๆ หมายเลขให้ แล้วก็ส่งเครื่องให้เรา (เป็นที่ไทย ไม่ได้เชียว) ก็เลยบอกเจี๊ยบว่า หลงอ้ะ ^^; ยังไงดี อยู่ตรงไหนไม่รู้ เลยว่าให้เจี๊ยบคุยกะเค้าให้ละกันว่าอยู่ตรงไหน เผื่อว่าจะมารับหรือบอกทางกลับได้ถูก เค้าก็ช่วยดูเสาไฟฟ้าบอกพิกัดให้ 55 ซึ่งเจี๊ยบก็ไม่รู้เช่นกันว่าเราหลงไปไหนแว้ว เลยขอให้เค้าบอกทางเรากลับไปเซเว่นละกัน พอพี่ใจดีวางโทรศัพท์ก็ยิ้มแล้วผายมือให้ตามมา ใจดีมากๆ จะเดินย้อนไปส่งเลยเรอะ
ระหว่างทางเดินกลับก็คุยไปเท่าที่เราพอจะฟังออกและตอบได้ เช่นมาจากไหน พอตอบไปไทคาระ เค้าก็ไต้หวันเหรอ...ไต้หวันอีกแล้วว เลยบอกว่าบางคอกขุ ถึงจะเก็ต มากี่วัน มาเที่ยวเหรอ เคยไปที่ไหนมาบ้าง (แต่เราไม่ได้เผยตัวเรื่องอาราชิไป) ฯลฯ แต่พี่ยังย้ำเสมอว่า ขอโทษด้วยที่พูดอังกฤษไมได้ แต่เขียนได้นะ (น่ารักมาก55) จนมาถึงเซเว่นเค้าบอกให้เข้าไปรอเพื่อนข้างในตรงนี้หนาว ก็ลาๆกัน เราก็ขอบคุณๆๆ ขอบคุณมากๆๆค่ะ ก้มๆๆๆขอบคุณ เค้าก็ไม่เป็นไร ขอโทษด้วย(ขอโทษเดี๊ยนทำไม) ก้มๆๆ ก้มจนตั้งฉากเชียว เราก้มมากขึ้นเพื่อให้รู้ว่าขอบคุณว่า กว่าจะเลิกก้มๆ กันก็นาน >_< (ตรงนี้พอมานึกก็ฮามากๆ) แล้วก็ลาจากกันไป ตอนนั้นดวงหน้าพี่เค้าทำเอาเราประทับใจ แอบหล่อนะพี่นะ แถมใจดีอีกตะหาก เขียนภาษาอังกฤษก็ได้ (ตามที่เค้ายืนยันมา)
เจี๊ยบก็ออกมารับที่เซเว่นแล้วก็พากลับบ้าน ถึงบางอ้ออย่างแรง พอเซเว่นแล้วต้องเลี้ยวซ้ายเลย แต่เฮาดันเดินตรง อย่างนี้จะเจอม๊ายย >_< เจี๊ยบบอกว่าคนที่ช่วยเราสุภาพมากๆๆๆ ตอนที่โทรศัพท์ก็ใช้คำแบบยกย่องตลอด ประมาณคุยกะลูกค้าทีเดียว โอ้ ใจดีแถมยังสุภาพอีก แตน่าสงสารวันนี้กว่าจะได้นอนคงดึก (เพราะใครเล่า เหอๆๆ) คืนนั้นกว่าจะอายน้ำเสร็จได้นอนก็ตีสองกว่า คิดว่าพรุ่งนี้งานมีตั้งแต่ 11 โมงถึง 2 ทุ่มครึ่ง คนคงไม่เป็นแบบนี้หรอกมั้ง ไปสายหน่อยก็ได้วันนี้เพราะเป็นวันแรกและแค่ 3 ชั่วโมงหรือเปล่าคนเลยล้น..หลับไปแบบท้องร้อง (อายยย >_<)
ศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ตื่นมาเก้าโมงได้ ตอนแรกกะจะออกไปพร้อมกะเจี๊ยบแต่ตื่นมะหวายย คุณจ๋อมโทรมาประมาณ 10 โมงบอกว่าบัตรวันนี้หมดแล้ว (โฮกกกก ช็อค) ก็เลยค่อยๆ อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนแพลนไปเดินเล่นฮารากะป้อมแทน วันนี้ไปใช้ชีวิตให้สมเป็นนักท่องเที่ยว เดินช้อปปิ้งฮาราเสื้อผ้าน่ารักทั้งนั้นเลยง่ะ ไม่แพงด้วย สอยมาหลายตัวที่เดียวซึ่งตอนหลังได้ใช้ประโยชน์เพราะว่าอยู่ต่อ ใส่แบบไม่ซักก่อน 555 หมดเงินกะฮาราไปกะรูปนอกร้านโอจัง (ไว้จะมาแสกนลงนะ) น่ารักโครตๆ อาหารของวันนี้คือจังการ่าราเมง ไฮโซมาก เพราะมีเมนูไทยด้วย คาดว่าคนไทยคงมากันเยอะ อร่อยสมกับที่อยากกิน เป็นอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกที่กินเป็นชิ้นเป็นอันในโตเกียว แต่เยอะฟร่ะ กินไม่หมด (เสียดายแต่ไม่ไหวจริงๆ) คุณจ๋อมกะคุณช้อปไปบ้านน้องบะ แล้วจะกลับมาร้องเกะ ว่าจะไปร้องเกะด้วย แต่เนื่องจากว่าเราตัดสินใจที่จะส่งกระเป๋าไปแอร์พอร์ตเพราะคิดว่าถ้าแบกจากบ้านเจี๊ยบไปเองเนี่ยคงแดดิ้นก่อนกลับไทยแน่ๆ ซึ่งบริการรับกระเป๋าจะมาพรุ่งนี้ เลยต้องไปเอาของที่บ้านป้อมกลับมาจัดกระเป๋า ดูGuru น้องบะฮาวายเสียสติไปกะเอว อ๊ากกก สามทุ่มครึ่งมารอเจี๊ยบที่อิเคะ แวะกินแกงกะหรี่หมูทอดที่สถานีก่อนกลับบ้าน อา..วันนี้เป็นวันบริโภคจริงๆ
พอกอ่น คนอัพหน้ามืด เหอๆ

ตัวเราไม่ต้องห่วง ห่วงของน่ะถูกต้อง!!!555+
อ๊า...หลงทางน่ากลัวอ่า เป็นตั๊กคงสติแตก
ไปต่อไม่ถูก
#1 By :: aisato :: on 2008-03-07 23:20